หน้าแรก  :  เว็บลิงค์  :  ข่าว  :  ติดต่อเรา  :  คอลัมน์
:ค้นหา:

000หน่วยงานราชการ00

 เว็บไซต์พันธมิตรของเรา

บริษัท ซีเอฟดีจำกัด ตัวแทนจำหน่าย ศูนย์บริการอะไหล่และรับซ่อม จานดาวเทียม เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต

ศูนย์ป้องกัน และแก้ไขปัญหา เด็กติดเกมส์

อยู่อีสาน อ่านอีสานโพสท์ เรามีมากกว่าข่าว

เว็บไซค์รวบรวมข่าวสาร ข้อมูลกันทรลักษ์ดอทคอม

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ

บล็อก หาเพื่อน สาวสวย ของแต่งบล็อก blog เว็บบล็อก เขียนบล็อก video clip ฟังวิทยุ ดูทีวี ฟังเพลง รูปดารา ทายผลบอล

งาน,หางาน,ค้นหางาน,แหล่งงาน,ประกาศงาน, JOBCUTE.COM

เว็บไซด์แห่งสยามของเรา

ฟรีร้านค้าออนไลน์ รถยนต์ บ้าน ที่ดิน ประกาศขายสินค้า,ของมือสอง ฯลฯ

แหล่งรวมความรู้ด้านฮวงจุ้ย

แหล่งรวมหนังสือธรรมมะ

ดนตรีซ่าด็อทคอม ศุนย์รวมเพลงฮิต

โหวตให้คะแนนเว็บของเรา
 
คลิกโหวตให้เราเพื่อนำไปสู่การพัฒนา ที่ดีขึ้น อยู่อีสาน ต้องอ่านอีสานโพสท์ เรามีมากกว่าข่าว

คลิกโหวตให้เราเพื่อนำไปสู่การพัฒนา ที่ดีขึ้น อยู่อีสาน ต้องอ่านอีสานโพสท์ เรามีมากกว่าข่าว

0หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์0


ฉบับที่ ๒๓ ปีที่ ๑

ฉบับที่ ๒๔ ปีที่ ๑

ฉบับที่ ๒๖ ปีที่ ๒
ฉบับที่ ๒๗ ปีที่ ๒

000พญากรณ์อากาศวันนี้00

00000ราคาน้ำมันวันนี้00000

00000ราคาทองวันนี้00000

เมนูหลัก: เว้าอีสาน สัปดาห์ละควม
เว้าอีสาน สัปดาห์ละควม
04-12-2009 Views: 2988

ภาษาอีสานที่ลงตีพิมพ์แล้วในหนังสือพิมพ์ อีสานโพสต์

เว้าอีสานสัปดาห์ละควม อ.ประสม บุญป้อง

“ผู้สูญเสียความซื่อสัตย์ เหมือนสูญเสียแล้วทุกอย่าง” สวัสดีครับพบกันอีกครั้ง หลังได้นำเสนอคำอีสานที่ผ่านมาคราวก่อนคำว่า “กื่อดื่อ” ซึ่งเป็นลักษณะของการแข็งในภาษาอีสาน สำหรับสัปดาห์นี้ก็นำคำว่า “ตั๋วจอกหลอกแจกแหลก” คำที่นี้ประกอบกด้วยคำสองคำ คือคำว่า “ตั๋ว” และ “จอกหลอกแจกแหลก” คำว่า ตั๋ว ภาษาอีสานจะหมายถึง โกหก, หลอกลวง, พูดไม่จริง, พูดไม่ตรงกับความเป็นจริง ส่วนคำว่า “จอกหลอกแจกแหลก” เป็นคำที่หมายถึง ลักษณะการเป็นรูตามพื้นดินหรือหินที่เป็นร่องขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้างเรียงรายไปแต่ไม่มีขนาดใหญ่นัก ก็คือจะเป็นรูเล็กรูน้อยเรียงรายไปทั่วบริเวณบนพื้น พอนำคำทั้งสองมารวมกันก็จะได้คำว่า “ตั๋วจอกหลอกแจกแหลก” หมายถึง โกหกได้ทุกเรื่องไม่ว่าเรื่องเล็กหหรือเรื่องใหญ่, โกหกไปทั่ว, เชื่อถืออะไรไม่ได้, ก็คือเป็นคือที่เชื่ออะไรไม่ได้,โกหกไปทั่ว. โกหกได้ทุกเรื่อง หนุ่มนากับสาวน้อยบ้านทุ่ง กำลังนั่งพักใต้ร่มไม้เคียงคู่กันบนคันนา หลังเก็บเกี่ยวข้าวในท้องทุ่ง ท่ามกลางสายลมพัดผ่าน สาวน้อยบ้านทุ่งถอดหมวกจับขึ้นมาพัดระบายความร้อน หนุ่มบ้านนาหันหน้าไปดูใบหน้าสาวน้อยบ้านทุ่งพร้อมกับยิ้ม “พูดว่า หล่าน้องสาว ขนาดตากแดด หน้าแฮ่งขาวผ่องงามกว่าเก่าหลายแท้ๆ” น้องสาว แม้ว่าจะตากแดด หน้าตาก็ยิ่งขาวผุดผ่องสวยมากกว่าเดิมจริงๆนะ สาวน้อยบ้านทุ่งใช้กำปั้นทุบที่หลังหนุ่มบ้านนากล่าวว่า “อย่ามาเว้า อ้ายนั่นเชื่อบ่ได้ เป็นคนขี้ตั๋ว มักตั๋วจอกหลอกแจกแหลก ไผเชื่อบ่มีบ่วงตักแกงดอก” อย่ามาพูดพี่นะเชื่อไม่ได้ เป็นคนชอบโกหก โกหกได้ทุกเรื่อง ใครเชื่อแม้แต่ช้อนตักข้าวกินก็จะไม่มี” หนุ่ม ฟังแล้วยื่นมือจับคางสาวน้อยสั่นเบาๆแล้วรีบลุกวิ่งลงไปในท้องนา สาวลุกวิ่งตามพร้อมใช้กำปั้นทุบหลังถี่ยิบไล่ตามจับเคียวลงเกี่ยวข้าวในทุ่ง นาส่งสายตาค้อนหนุ่มนาหลายตลบ...

เว้าอีสานสัปดาห์ละควม อ.ประสม บุญป้อง

“ความฝันเป็นเครื่องวัดความยิ่งใหญ่ของคน” สวัสดีครับ สัปดาห์นี้ทางภาคอีสานอากาศเริ่มหนาวเย็น ก็ขอให้รักษาสุขภาพกัน ห่มผ้าหนาเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย ชาวนา ต่างพากันเก็บผลผลิตของตนเตรียมนำส่งให้กับพ่อค้าแลกกับเงินตรามาชำระ หนี้สินทั้งของภาครัฐและภาคประชาชนก็ดิ้นรนกันไปตามประสาวัฏจักรของสัตว์โลก ที่ต้องมีการจับจ่ายใช้สอย หากใครใช้จ่ายโดยขาดสติ ไม่มีการคิดถึงความจำเป็นและประโยชน์ที่จะได้รับ ขาดการคำนึงถึงความคุ้มค่า ตกเป็นเหยื่อของทุนนิยม ตกเป้นทาสของการโฆษณาจนเกิดเหตุก็อาจจะทำให้ตนและครอบครัวเดือดร้อนได้ ควรหันกลับมาปฏิบัติตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกันบ้างก็จะลดปัญหาต่างๆลง ได้บ้างนะครับ เอาละสัปดาห์นี้ก็ขอนำคำอีสานมาฝากด้วยคำว่า “กื่อดื่อ” กื่อดื่อ เป็นคำที่บอกลักษณะอาการของการแข็ง ของสิ่งของ หากจะแปลเป็นภาษากลางก็อาจจะตรงกับคำว่า “แข็งทื่อ” มักใช้กับสิ่งของที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่แต่สั้นที่มีลักษณะแข็ง ถ้าเราเห็นสิ่งใดที่มีลักษณะสั้นและแข็งก็จะพูดว่า “แข็งกื่อดื่อ” แต่ถ้าสิ่งใดที่สั้นใหญ่และแข็งก็จะบอกว่า “แข็งกู่ดู่” วันหนึ่งหนุ่มน้อยบ้านนาเอาเคียวเกาะวางที่บนไหล่ซ้ายเดินเคียงข้างกับสาวน้อย บ้านทุ่ง ในตอนเช้าตรู่ขณะดวงอาทิตย์ทอแสงเรื่องเรืองมุ่งออกสู่ทุ่งนา ขณะ เดินไปในถนนที่เป็นทรายและมีทุ่งนาอยู่โดยรอบทั้งสองข้าง สาวน้อยบ้านทุ่งบกไปเห็นปลาช่อนตัวหนึ่งนอนตายอยู่บนทรายข้างถนนจึงเอ่ยปาก กับหนุ่มว่า “มา..มาเบิ่ง ปลาค่อไผเหี่ยติดดินทรายตายแข็งเฮ็ดกื่อดื่ออยู่” มาสิ มาดู ปลาช่อใครตกหล่นนอนจมทรายตายแข็งทื่อเลย” หนุ่มบอกกับสาวว่า “บ่มีของไผดอกปลาค่อมันบืนออกมาจากท่งนา ข้ามทางบ่ได้เลยนอนตายเฮ็ดกื่อดื่อ ดมเบิ่งมันเน่าละบ้อ ค้นบ่เน่าเอาไปต้มกินกับข้าวเช้า” ไม่มีของใครหรอก ปลาช่อนมันกระโจนของมาจากทุ่งนาจะเลื้อยหนีไปที่อื่น ข้ามถนนไปไม่ได้เลยนอนตายจมทรายแข็งทื่อ ดมดูสิมันเน่าหรือยังหากไม่เน่าก็เก็บเอาไปต้มกินกับข้าวเช้า หนุ่มพูดจบพร้อมกับรีบเข้าไปจับตัวปลาขึ้นมาแล้ววิ่งแซงหน้าสาวน้อยไป สาวน้อยวิ่งตามพร้อมใช้กำปั้นทุบหลังหนุ่มไปหนึ่งทีแล้วเดินข้างกันไปอย่าง อารมณ์ดีที่จะได้กินต้มปลาช่อนในตอนเช้า พบกันใหม่สัปดาห์หน้าตรับผม....

เว้าอีสานสัปดาห์ละควม อ.ประสม บุญป้อง

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน พบกันอีกสัปดาห์ที่สองของปี พ.ศ. 2551 ซึ่งเสาร์ที่จะถึงนี้ก็เป็นวันเด็ก เด็กซึ่งจะเติบใหญ่เป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ผู้ใหญ่ก็ควรกระทำตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก เพื่อให้เด็กเติบใหญ่เป็นคนที่มีคุณภาพของสังคม ตามแบบอย่างบรรพชน เช่นเคยนำคำอีสานมาฝาก ด้วยคำว่า “กะด้อกะเดี้ย” กะด้อกะเดี้ย หมายความว่า มากๆ, ที่สุด, สุดยอด, ไม่มีใครเกิน, หรือสุดๆ ใช้กับลักษณะที่เป็นที่สุด หรือมีลักษณะที่เหนือกว่าคนอื่น เช่น คนเก่งแบบสุด ก็ว่า “เก่งกะด้อกะเดี้ย” ชั่วก็ว่า “ชั่วกะด้อกะเดี้ย” ถ้าดีก็ว่า “ดีกะด้อกะเดี้ย” ฯลฯ หนุ่มกับสาวนั่งคุยกันอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ พร้อมกับนั่งปั้นข้าวเหนียวจิ้มแจ่วบอง มองดูท้องฟ้าอย่างเป็นสุข หนุ่มถามอีสาวว่า “น้องหล่านั่งกินข้าวกับอ้ายแซบบ่” น้องสาวนั่งกินข้าวกับพี่อร่อยไหม สาวก็รีบตอบทันควันว่า “มื้อนี้ข่อยนั่งกินข้าวกับอ้ายแจ่วบองแซบกะด้อกะเดี้ย” วันนี้นั่งกินข้าวกับพี่แจ่วบองอร่อยที่สุดเลย ศุกร์หน้าพบกันใหม่ครับ

เว้าอีสานสัปดาห์ละควม อ.ประสม บุญป้อง

 สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน พบกับอีกครั้งหลังวันเด็กก็มาเป็นวันครูนะครับ ครูเป็นผู้มีความสำคัญยิ่งในการสร้างสังคม มีคำกล่าวที่ว่า “แพทย์รักษาคนผิดจะเสียชีวิตเพียงคนเดียว แต่หากครูสอนผิดศิษย์ทุกชีวิตนับไม่ถ้วนที่ครูสอนจะมืดมน” หมายความอย่างไรคิดเองเถอะครับ เช่นเคยครับสัปดาห์นี้มารู้ความหมายของคำอีสานคำว่า “โอ้นโต้น” โอ้นโต้น หมายความว่า สิ่งของที่มีขนาดใหญ่ห้อยแขวนลงมา ในลักษณะปลายเชือกข้างหนึ่งผูกติดกับคานแล้วปลายอีกข้างหนึ่งผูกติดกับสิ่งของให้ห้อยหย่อนลงสู่พื้น หรือมีลักษณะคล้ายกัน หากสิ่งของขนาดเล็กห้อยในลักษณะนี้เรียกว่า “อ้อนต้อน” เช่น เราผ่านที่ขายเนื้อวัวตามริมถนนจะเห็นพ่อค้าแม่ค้านำขาหลังส่วนสะโพกของวัวผูกห้อยเอาไว้ เรียกว่า “ห้อยโอ้นโต้น” วันหนึ่งหนุ่มสาวนั่งคุยกันอยู่หน้าบ้าน หนุ่มเอ่ยขึ้นกับสาวคนรักว่า “ น้องหล่าคั้นเจ้าบ่ฮักอ้าย ตายไปอ้ายกะสิมา ห้อยโอ้นโต้น อยู่หน้าบ้านคอยเจ้าสู่วันนี่หละ” น้องสาวหากน้องไม่รักพี่ ตายไปพี่ก็จะเป็นผีมาห้อยอยู่หน้าบ้านดักรอน้องทุกวัน ฉบับหน้าพบกันใหม่ครับ

เว้าอีสานสัปดาห์ละควม อ.ประสม บุญป้อง

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักเคารพทุกท่าน พบกันอีกครั้งหลังวันครูผ่านพ้นไป ใกล้จะถึงเดือนที่สองของปี พ.ศ. 2551 สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เขียนได้มีโอกาสไปท่องต่างแดน ไม่ใช่ต่างประเทศหรือเมืองนอกเมืองนาอะไรแค่ไปต่างจังหวัดเท่านั้นเอง ได้พบปะพูดคุยกับหลายคนบอกว่า เยาวชนคนรุ่นใหม่ขาดความอดทน เปราะบาง กลายเป็นมนุษย์ชอบการบันเทิงไปวันวัน ขาดจุดหมาย ว่างั้นเถอะ ครับก็ว่ากันไป สำหรับสัปดาห์นี้ก็มาเรียนรู้คำอีสานอีกคำตามปกติ ด้วยคำว่า “ โก่งโกะ” “โก่งโกะ” เป็นลักษณะการบอกอาการของคนที่แสดงอาการย่อขาลงในลักษณะครึ่งนั่งครึ่งยืนและโน้มตัวข้างหน้า อาการยืนย่อตัวลง เรียกว่า “ยืนโก่งโกะ” วันหนึ่งไอ้หนุ่มหลงรักสาวสวยแต่พ่อหวงมาก แต่สาวก็แอบมีใจให้หนุ่ม หนุ่มจึงเดินเลาะไปตามรั้วบ้านของสาวสวย ก้มตัวหลบตามแนวรั้ว หวังจะไปพบสาวสวยที่กำลังดายหญ้าอยู่ในสวนหน้าบ้าน แต่พอเข้าไปใกล้ซึ่งกำลังจะพ้นแนวรั้วเหลือบไปเห็นพ่อของสาวสวยนั่งอยู่กับลูกสาว ด้วยความกลัวตกใจยืนค้างนิ่งไม่ไหวติง สาวเห็นดังนั้นจึงร้องไปว่า “อ้ายเจ้าเป็นหยังสิยืนกะบ่ยืนสินั่งกะบ่นั่ง โก่งโกะ เอ็ดหยังนอ” พี่ชายเป็นอะไรจะยืนก็ไม่ยืนจะนั่งก็ไม่นั่ง ทำท่าย่อตัวค้างอยู่ทำไม ครับสัปดาห์หน้าพบกันใหม่ครับผม

เว้าอีสานสัปดาห์ละควม อ.ประสม บุญป้อง

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน สัปดาห์นี้เป็นสัปดาหาของเดือนวันแห่งความรัก ในเดือนที่สองของปี มีผู้ให้ความหมายของความรักไว้มากมาย ล้วนหมายถึงสิ่งที่ดี แต่ปัจจุบันความรักก็กลับกลายแปรเปลี่ยนไปเหมือนยุคสมัย ทำให้คนมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน นำเอาความรักมาเป็นสิ่งต่อรองเพื่อหาผลประโยชน์ สนองความไคร่ไปก็มี เลยทำให้ความรักทำลายอนาคต ทำลายความสุขไป ซึ่งตรงข้ามกับยุคสมัยก่อนความรักจะทำให้คนเป็นสุข ความรักหากมันเกินขอบเขต ไร้เหตุผล ขาดความจริงใจก็ก่อให้เป็นพิษได้ จึงควรรักที่พอเหมาะ รู้กาลเทศะ รู้ผิดรู้ชอบ มีขอบเขต รักที่บริสุทธิ์นั้นคือความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก ครูที่มีต่อศิษย์ ขอให้ทุกท่านรักตนเอง รักพ่อแม่ รักเพื่อนพ้อง รักอาชีพการงาน ป้องกันอย่าให้สิ่งใดมาทำลายสุขภาพ ทำลายอนาคตของตนโดยที่ตนเป็นคนนำพาเข้ามาเองด้วยการขาดสติ ครับสัปดาห์นี้ก็เช่นเคยนำคำอีสานมานำเรียนกับท่านผู้อ่านอีก ด้วยคำว่า "อ่องต่อง" อ่องต่อง หมายความว่า สดใส ใหม่เอี่ยม ผุดผ่อง เปล่งปลั่ง เนียน ใสปิ๊ง มักนิยมใช้กับสิ่งที่มีสีสดใส มองดูมีความสดใส เช่น สีชมพูอ่องต่อง , แดงอ่องต่อง,เหลืองอ่องต่อง ใหม่อ่องต่อง ฯลฯ วันหนึ่ง หนุ่มกับสาวนั่งเล่นอยู่ใต้ต้นไม้หน้าบ้าน ต่างคนต่างไม่พูดจาไม่รู้จะพูดอะไรเพราะหมดคำพูดแล้ว หนุ่มมองใบหน้าสาวสวยพร้อมกับพูดขึ้นว่า ""น้องหล่า เจ้าคือผู้งามแท้ แนมเบิ่งสองพวงแก้มขาวงามอ่องต่อง" น้องสาวทำไมสวยแท้ มองดูสองพวงแก้มขาวสดใสผุดผ่อง สาวเขินอายใช้มือทุบแขนหนึ่งทีพร้อมบิดตัวไปมา สัปดาห์หน้าพบกันใหม่ครับ.

เว้าอีสานสัปดาห์ละควม อ.ประสม บุญป้อง

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักเคารพทุกท่าน พบอีกครั้ง รู้สึกดีใจที่ได้มีท่านผู้อ่านสนใจภาษาอีสาน และได้มีผู้สอบถามมายังกองบรรณาธิการอีสานโพสต์ ว่า ป่น กับ แจ่ว ต่างกันอย่างไร ท่านบรรณาธิการก็เลยถามผมมาอีกต่อหนึ่ง จึงจะขออนุญาตใช้เวทีตรงนี้เล่าให้ฟังดังนี้ครับ แจ่ว กับ ป่น นั้น มีส่วนที่แตกต่างกันอยู่อย่างน้อยสามประการใหญ่ คือ เรื่องรส, ส่วนปะกอบหลัก และจุดประสงค์ของรับประทาน ครับ แจ่ว นั้น จะเน้นในเรื่องของรสเผ็ด มีส่วนประกอบหลักคือพริก และเวลาจะรับประทานนั้นต้องมีเครื่องเคียง อาจจะเป็น ผักสด ผักต้ม หรือเนื้อสัตว์ เช่น แจ่วเพี้ย แจ่วบอง ฯลฯซึ่งจะตรงกับคำว่า น้ำพริกของคนทางภาคกลาง ส่วน ป่น จะเน้นรสที่กลมกล่อม ใช้เนื้อสัตว์หรือพืชผักเป็นหลักนำมาโขลก บดให้ละเอียดแล้วปรุงด้วยน้ำปลา พริก กระเทียม หอม ให้มีรสตามชอบไม่เน้นรสเผ็ดเหมือนแจ่ว ถ้านำเนื้อสัตว์ชนิดใดมาบดหรือตำ หรือป่นก็จะเรียกตามนั้น เช่น ป่นปลา ป่นเขียด ป่นกบ ป่นไก่ ป่นกุ้ง ฯลฯ ถ้าใช้พืชชนิดเป็นหลักก็จะเรียกชื่อป่นตามพืชชนิดนั้นๆ เช่น ป่นหมากเขือ ป่นหมากอึ ป่นเห็ด ฯลฯ สำหรับการรับประทานก็จะไม่เน้นว่าต้องมีเครื่องเคียงรับประทานกับข้าวเฉยๆก็ได้ ครับคิดว่าคงจะพอทำให้เข้าใจความแตกต่างได้บ้างนะครับ เอาละก็ไม่ให้พลาดคำอีสาน สัปดาห์นี้ก็นำคำอีสานมาฝากเหมือนเคย ด้วยคำว่า “โหม่ม” “โหม่ม” หมายถึงลักษณะอาการกิน โดยการปั้นข้าวเหนียวหรืออาหารคำโตป้อนเข้าปากเคี้ยวคนเดียวโดยไม่แบ่งไว้ให้คนอื่น, กินคำโต, เขมือบ ,กินเพียงคนเดียวไม่แบ่งให้ใคร, รีบกินให้หมดจากคนอื่นๆ หนุ่มนาบ้านไกลมาจีบสาว สาวเจ้าคนรักก็ดีใจที่หนุ่มมาพักอยู่ที่บ้านตกเย็นเจ้าก็ต้มไข่ปลอกเยาะน้ำปลาใส่ถ้วยมาในสำหรับให้หนุ่มคนรักทาน พอวางสำหรับข้าวพร้อมกล่องข้าวเหนียว หนุ่มก็เข้านั่งปั้นข้าวเหนียวจิ้มในขณะที่สาวกำลังกลับไปหาขันน้ำ ไข่ที่ยังเป็นลูกอยู่ถูกปั้นข้าวเหนียวจิ้มลื่นไปมาและตกลงใต้ถุนบ้าน หนุ่มจึงพูดแก้เก้อขึ้นว่า “ จ้ำยากหลายกูโหม่มเหมิดหน่วยนี่ละ” จิ้มยากนักกินหมดทั้งฟองนี่แหละ ครับสัปดาห์หน้าพบกันใหม่ครับผม.

เว้าอีสานสัปดาห์ละควม อ.ประสม บุญป้อง

“ชีวิตนี้ เมื่อดูเล่นๆก็เป็นของเล่น เมื่อดูจริงๆก็เป็นของจริง จงใช้มันให้ถูกต้องตามสมควรแก่กรณี” ท่านพุธทาสกล่าวไว้ สัปดาห์นี้ก็กันเช่นเคยครับ ท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน ช่วงเวลาของชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา ทุกเศษเสี้ยววินาทีชีวีก็เปลี่ยนไปไม่หวนกลับ พบกันหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่ได้มาจาการเลือกตั้ง เป็นความหวังของทุกคน อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ก็ขอให้ใจเย็นๆรอดูไปเรื่อยๆ เช่นเคยสัปดาห์นี้นำภาษาอีสานมาเสนอให้ท่านผู้อ่านอีกคำ คือ คำว่า “ซกมก” ซกมก หมายถึง ลักษณะอาการของการยืนหรือนั่งคอตก, สิ้นคิด, จนปัญญา, จับเจ่า เช่น ถ้านั่งก็เรียกว่า นั่งซกมก หรือ นั่งเอ็ดซกมก ยืนก็เรียกว่า ยืนซกมก หรือ ยืนเฮ็ดซกมก เช้าวันหนึ่งครอบครัวของยายมาอยู่ด้วยกันสองตายาย ตามีชอบไม่เล่นการพนัน งานการไม่ค่อยทำ ปล่อยให้ยายมาให้ตกทุกข์ได้ยาก ตื่นเช้าตามีออกมานั่งอยู่หน้าบ้านซึ่งเป็นกิจวัตรของแกก่อนออกไปร่วมวงพนันเหมือนที่เคยปฏิบัติ ยายมาจึงร้องออกมาว่า “กลางเว็นเฝ้าไก่ กลางคืนเฝ้าไพ่ไฮโล เงินเหมิดตื่นมือเซ้านั่งซกมก คึดหาแต่ทางสิเป็นหนี้ ” กลางวันเฝ้าวงไก่ กลางคืนเฝ้าวงไพ่ไฮโล เงินหมดตื่นมาตอนเช้านั่งคอตก คิดหาแต่ทางจะไปกู้ยืมให้เป็นหนี้ ครับสัปดาห์หน้าพบกันใหม่ครับผม.

เว้าอีสานสัปดาห์ละควม อ.ประสม บุญป้อง

สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักเคารพ พบกันอีกครั้งช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่หากลอุบายคลายร้อน เป็นช่วงอากาศร้อนและชาวบ้านว่างเว้นจากการทำนา ท่านจึงให้มาร่วมทำกิจกรรมเพื่อสร้างสัมพันธไมตรีของคนในชุมชน ให้มีการเล่นสาดน้ำกัน ร่วมกันแห่ดอกไม้ สรงน้ำพระ ให้โอกาสกับหนุ่มสาวได้มีโอกาสพบปะกัน วัตถุประสงค์แต่ดั้งเดิมเป็นสิ่งที่ดีงามแต่ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่ขาดความเข้าใจในประเพณี ถือเป็นเรื่องสนุกคึกคะนอง สาดน้ำกันจนเป็นสงครามน้ำกันทีเดียว แต่ก่อนการเล่นสาดน้ำสงกรานต์จะเล่นกันเฉพาะคนที่สนิทสนมภายในหมู่บ้าน หากคนต่างถิ่นเข้ามาในหมู่บ้านก็จะขออนุญาตก่อนที่สาดน้ำเกรงจะทำให้เปียกเอกสารหรือเสื้อผ้าเกิดความลำบากในการเดินทางหรือทำกิจธุระ หากได้รับอนุญาตจึงรดน้ำ คนต่างถิ่นบางคนก็ยื่นมือมาให้รดเป็นการแสดงความมีน้ำใจไมตรี แม้แต่คนในหมู่บ้านจะเล่นสาดน้ำหนุ่มสาวก็จะขออนุญาตซึ่งกันและกันก่อนไม่ใช่สาดหรือปะแป้งกันเหมือนปัจจุบัน ชาวอีสานถือว่าลวนลามไม่สุภาพ ส่วนผู้ใหญ่ในหมู่บ้านหนุ่มสาวหรือเด็กจะพากันน้ำอบน้ำหอมตระเวนไปทั่วหมู่บ้านเพื่อรดน้ำผู้หลักผู้ใหญ่ ถือเป็นสิริมงคลแก่ตนในหนึ่งปี สัปดาห์นี้ก็เช่นเคยมารู้คำอีสาน กับคำว่า “เซกเลก” เซกเลก หมายถึง ขี้เหร่, ลักษณะรูปร่างไม่สมส่วน ผอมสูง ใบหน้าเหลี่ยมเบี้ยว คางแหลมยื่นยาว ฟันเยิ่น เก้งก้าง สรุปก็คือลักษณะของความขี้เหร่ ใช้ทั้งผู้หญิงผู้ชาย อีสานเรียกว่า “ขี้ล้ายแฮง” ขี่เหร่มากๆ วันหนึ่งหนุ่มหน้ามลเห็นสาวเดินผ่านก็แซวออกไปว่า “สาวๆเจ้าสิไปไสข่อยไปนำได้บ่” สาวจะไปไหนขอไปด้วยได้ไหม ? สาวไม่ยอมพูดด้วย หนุ่มโมโหบ่นตามหลังว่า “เพิ่นหว่าเพิ่นงามคักตี๊นอ แหนมเบิ่งเฮ็ดเซกเลก สูงปานเสาโทรเลขพู้น” คิดว่าตนเองสวยสิท่า มองดูแล้วขี้เหร่ สูงเหมือนเสาโทรเลขก็ไม่ปาน สัปดาห์หน้าพบกันใหม่ครับผม.

เว้าอีสานสัปดาห์ละควม อ.ประสม บุญป้อง

“ความกล้าหาญของคนมีสติสัมปชัญญะเท่านั้น ที่จะจัดเป็นวีรกรรมอันแท้จริง มิฉะนั้นก็เป็นเรื่องบ้าบิ่น” สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักเคารพทุกท่าน พบกันอีกครั้งช่วงอากาศร้อนอบอ้าวในเดือนเมษายน ร้อนก็ขอให้ร้อนแต่กาย ส่วนใจนั้นก็พยายามทำให้เย็นเอาไว้ เหตุร้ายๆจึงจะไม่เกิด ญาติพี่น้องมาเยี่ยมยามถามข่าวก็ฉลองกันเบาๆหน่อยนะครับ บางครั้งสิ่งใดหากทำเกินประมาณ ขาดสติยั้งคิดแล้วมักจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีครับ เช่นเคยฉบับนี้ก็นำภาษาอีสานมานำเสนอท่านผู้อ่านเช่นเคย ด้วยคำว่า “ จอกหลอก” “จอกหลอก” เป็นคำวิเศษณ์ หมายถึง ลักษณะของหลุม หรือรูที่มีขนาดเล็กไม่กว้าง แต่ลึกหรือยาว เรียกว่า หลุมเลิ๊กจอกหลอก หรือฮูยาวจอกหลอก แต่ถ้าหลุมมีขนาดกว้าง ลึกหรือยาว จะเรียกว่า ยาวจอกโหลก วันหนึ่งหนุ่มสาวบ้านนาชวนกันไปเที่ยวทุ่ง สาวเจ้าก็ได้เสียมพร้อมกับถังหวังจะไปขุดปูนานำมาป่นกินข้าวเที่ยงกับหนุ่มคนรัก พอเดินไปถึงเห็นรูปูนา สาวเจ้าก็ลงมือขุดทันที หนุ่มก็ถือถังรอเตรียมเก็บปู แต่ขุดลงไปเท่าไรก็ไม่ถึงสักทีและรูปูก็หาย หนุ่มจึงพูดสาวว่า “ น้องหล่าเอย เจ้ากะขุดออกกว้างๆแหน่ ขุดฮูจอกหลอกจั่งซี้มันถึงปูได้บ่อนจั่งได๋ละหล่าเอย” น้องสาวก็ขุดรูให้กว้างหน่อย ขุดหลุมเป็นรูเล็กๆลึกลงไปแบบนี้ จะถึงตัวปูได้อย่างไร ? ครับฉบับหน้าพบกันใหม่ครับ.



 
 
หน้าแรก  เว็บลิงค์  ข่าว  ติดต่อเรา  คอลัมน์

*..Siamhost..*